sisaengtham.ac.th

ข่าวประชาสัมพันธ์/ คอลัมน์: HAPPY MODEL

คอลัมน์: HAPPY MODEL

 

คอลัมน์: HAPPY MODEL: ศรีแสงธรรม ห้องเรียนจากบ้านดินสู่ต้นแบบโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง-โซล่าเซลล์

 

"ทุกวันนี้สิ่งที่เห็นคือความขัดสน ความยากแค้นของคนในชุมชน และส่งผลกระทบไปถึงระดับชาติ เมื่อเด็กไม่รู้หนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก จะอยู่อย่างไรในสังคม อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ อาตมามองจากจุดนี้ จึงอยากให้พวกเขามีโอกาสทางการศึกษา ขึ้นไปที่จะส่งพวกเขาไปได้คือโอกาสทางการศึกษา ถ้าไม่มีการศึกษา เด็กๆ ก็จะไม่มีแรงจูงใจอะไรในชีวิต"
 
 
ถ้อยคำสะท้อนความคิดของ พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ณ บ้านดงดิบ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ที่ไม่ได้จบลงแค่การคิด แต่หากหลายปีที่ผ่านมา พระครูวิมลปัญญาคุณ ได้ลงมือลงแรงและลงใจร่วมกับกลุ่มเยาวชนและชาวบ้านในพื้นที่ สร้าง "โรงเรียนศรีแสงธรรม" จากห้องเรียนบ้านดินที่อาศัยเพียงแผงโซลาเซลล์แตกๆ หักๆ ในอดีต สู่ต้นแบบโรงเรียนพลังงานทดแทน ที่บริหารแบบเศรษฐกิจพอเพียงช่วยสร้างชาติ ในวันนี้
 

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น โรงเรียนศรีแสงธรรมไม่ได้สอนแค่พื้นฐานเรื่องการอ่าน เขียน เพื่อทำข้อสอบ ทว่า ทางโรงเรียนยังสอนให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง จากการลงมือทำ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะอื่นๆ ทั้งด้านสังคม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อช่วยกันสร้างความมั่นคงของชาติ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลฝ่ายเดียว หากแต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
 

พระครูวิมลปัญญาคุณเจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม กล่าวว่า ได้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรมขึ้นในปี 2553 และเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมัธยมศึกษาปลาย เพื่อแก้โจทย์เรื่องความขาดแคลน และเมื่อตัดสินใจที่จะทำอาตมาไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลย จึงขายบ้านตัวเองที่เป็นมรดกชิ้นสุดท้าย มาสมทบทุนสร้างอาคารเรียนมูลค่า 18 ล้านบาท โดยที่ไม่ใช้งบประมาณจากรัฐแม้แต่บาทเดียว นอกจากนี้ ไม่ได้เก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียน ยังจัดรถรับ-ส่งฟรี อาหารฟรี เพราะต้องการสานต่อการช่วยชาติจากหลวงตามหาบัว ซึ่งอาตมาเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของท่าน และคิดว่าการช่วยชาติที่ดีที่สุดคือการผลิตคนดีเข้าสู่สังคม เพราะเด็กเป็นอนาคตของชาติ
 

"อยากได้ต้องสร้างเอง กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน จุดเริ่มต้นของโรงเรียนซึ่งมีปัจจัยเพียงน้อยนิดจากการบริจาค จึงตัดสินใจพาเด็กๆ สร้างอาคารเรียนแบบบ้านดิน เพราะเป็นแนวทางที่ประหยัดที่สุดและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทุกคนลงมือปั้นดินเป็นด้วยตัวเองนับพันนับหมื่นก้อนเพื่อสร้างอาคารเรียน ทุกคนจึงภูมิใจมาก เพราะเป็นห้องเรียนที่ทุกคนสร้างมากับมือ ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด บ้านพักครู อาคารพยายาม ถูกสร้างขึ้นมาจากเศษไม้ เศษเหล็กเก่าๆ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า"พระครูวิมลปัญญาคุณ แจงเพิ่ม
 

ขณะที่การสร้างแหล่งผลิตอาหารแบบเกษตรอินทรีย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของนักเรียนที่นี่ เพื่อเป็นอาหารกลางวันของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก เพาะเห็ดการปลูกข้าว โดยเฉพาะในเรื่องการปลูกข้าวที่ทางโรงเรียนใช้วิธีปลูกข้าวต้นเดียวเพื่อ เพิ่มผลการผลิต ซึ่งเป็นวิธีการทำนาแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในระดับโลก โดยนักเรียนที่โรงเรียนศรีแสงธรรม ต้องลงมือ ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว ด้วยตัวเอง โดยโปรเจกต์ล่าสุด เป็นการทำหลุมพอเพียง ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง เพราะมีทั้งการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ระยะกลาง และ ผัก ซึ่งเหล่าเยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้ กลับไปใช้เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ และเลี้ยงตัวเองในอนาคต
 


"นอกจากการให้ความรู้แก่เยาวชนไทยแล้ว ทางโรงเรียนยังเผยแพร่เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อหวังที่จะให้คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องพลังงานได้ โดยทุกวันนี้โรงเรียนศรีแสงธรรมผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในโรงเรียน ทำให้โรงเรียนเสียค่าไฟเดือนละ 40 บาทเพื่อรักษาค่ามิเตอร์เท่านั้น" เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ระบุ
 

เพราะผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ นำไปสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านพลังงาน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งฝึกอบรมด้านพลังงาน ให้กับภาคส่วนต่างๆ ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนก็พัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อออกไปช่วยเหลือชุมชนด้วย ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะทางโรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน มองออกมาก็เห็นแค่ "แดด" ทรัพยากรที่ไม่มีหมดเท่านั้น
 


"ตอนนั้น มีเพียงแผ่นโซลาเซลล์เก่าๆ แตกๆ ที่พังแล้วเอามาซ่อม ก่อนทดลองใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ที่ชาร์จมือถือ ทำโคมไฟ จากนั้นก็ขยายความรู้ไปเรื่อยๆ ด้วยการเข้าร่วมประกวดโครงการงานต่างๆ จนได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย ในที่สุดจึงเดินหน้าติดตั้งโซลาเซลล์ขนาด 6 กิโลวัตต์ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้ค่าไฟลดลงอย่างมากจากเดือนละ 6,000 บาท เหลือเพียง40 บาท" พระครูวิมลปัญญาคุณ กล่าวและว่า ทางโรงเรียนยังประยุกต์ใช้โซลาเซลล์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น ตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์เข้าแปลงผัก รวมถึงการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่จากโซลาเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นรถสามล้อพลังแสงอาทิตย์ ไฟฉายขอข้าว วิทยุไม่เอาถ่าน เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนที่สนใจ โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายถูกนำมาใช้เป็นค่าอาหารกลางวันและค่ารถรับส่ง ของโรงเรียน
 


เมื่อไฟฟ้าในโรงเรียนมีความมั่นคงแล้ว พระครูวิมลปัญญาคุณคิดหาทางช่วยเหลือชุมชน โดยนำโซลาเซลล์มาประยุกต์ใช้กับการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย เช่น โซลาเซลล์เคลื่อนที่ รถเข็นผลิตไฟฟ้าชุดนอนนา ที่สามารถใช้กับเครื่องสูบน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น อย่างวิทยุ โทรทัศน์ พัดลมได้ เพื่อให้ชาวนาเข็นไปนอนเฝ้านาอย่างสะดวกสบายมากขึ้น ใช้แดดร้อนๆ ในนา แปรเป็นพลังงานโดยไม่ต้องง้อน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพง


ฉะนั้น วันเสาร์- อาทิตย์ของเด็กโรงเรียนนี้ จึงพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะเจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรมได้พาเหล่าเยาวชนไปปฏิบัติงานจริงในภาคสนาม อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มทักษะและหารายได้พิเศษให้กับเด็กๆ ล่าสุดฝากผลงานติดตั้งระบบไฟฟ้าออฟกริด 3,000 วัตต์ ให้สำนักสงฆ์พุทธอุทยานเขาคอก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา และอีกจำนวนมากในพื้นที่อื่นๆ
 


นอกจากนี้ พระครูวิมลปัญญาคุณยังมุ่งมั่นผลักดันให้สถานที่ราชการและวัดในเมือง ที่ใช้ไฟช่วงกลางวันจำนวนมากให้หันมาใช้โซล่าเซลล์เพื่อลดรายจ่าย โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว (2558) พระครูวิมลปัญญาคุณเป็นผู้นำในการวางระบบการติดตั้งโซลาเซลล์ขนาด 27 เมกะวัดต์ ที่วัดยานนาวา พระอารามหลวง กรุงเทพฯ วัดต้นแบบในเมืองที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถลดค่าไฟได้เดือนละประมาณ 18,000 บาท
 

"อยากให้โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากในตอนกลางวัน พิจารณาเรื่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะสามารถลดรายจ่ายได้ และเป็นการช่วยชาติ สามารถนำเงินที่เหลือปีละเป็นหลายพันล้านบาทไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์และการ ศึกษาเพิ่มเติมได้ และอุปกรณ์ทำโซล่าเซลล์ไม่ได้แพงอย่างที่คิด อาตมาซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดรวมเป็นเงิน 1.8 แสนบาท ประหยัดค่าไฟได้เดือนละ 6,000 บาท และสามารถใช้งานได้ 25 ปี จึงถือว่าคุ้มค่ามาก"เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ทิ้งท้ายให้คิด.
ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ www.progressth.org
บรรยายใต้ภาพ
 

พระครูวิมลปัญญาคุณเจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรมร่วมกับนักเรียนสร้างโรงเรียนด้วยตัวเอง
นักเรียนทุกคนใน ร.ร.ศรีแสงธรรมมีความรู้ด้านโซล่าเซลล์และสามารถติดตั้งได้
พระครูวิมลปัญญาคุณ
นักเรียนทุกคนต้องทำนาเป็น เดินตามรอยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โรงเรียนศรีแสงธรรม โรงเรียนต้นแบบผลิตไฟฟ้าใช้เองระดับประเทศ
รถเข็นผลิตไฟฟ้าชุดนอนนา
ห้องเรียนดินจากความมานะและภูมิปัญญา

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2379472?fb_action_ids=981198621996869&fb_action_types=og.likes

 

หมวดหมู่

พลังงานหมุนเวียนที่สะดวกและง่ายสำหรับประชาชนทั่วไปคือ พลังแสงอาทิตย์สามารถนำมาผลิตไฟฟ้า

ระบบประปาหมู่บ้าน ทหาร วัด โรงเรียน โดยทีมงานช่างขอข้าว รร.ศรีแสงธรรมได้รับการติดต่อจากทาง มทบ.ที่ 22

เปลี่ยนหลังคาโรงงานเป็นธนาคารดอกเบี้ยสูง ด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้ในเวลากลางวัน

โคมไฟโซล่าร์เซลล์ส่องถนนไปบ้านพักครูของโรงเรียนโดยทดลองทำขึ้นเพื่อรองรับ แบตเตอรีที่จะมีผู้มีจิตศรัทธา

ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ติดโควต้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปี พ.ศ. 2558 จำนวน 23 คน รุ่นที่ 3

รายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษาเรียนดี จาก พระครูวิมลปัญญาคุณ เนื่องในวันไหว้ครู ในวันที่ 13 มิถุนายน 2556

ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนศรีแสงธรรม รุ่นที่ 1 จำนนว 2 คน ติดโควต้า มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2556

แสดงความยินดีรางวัลแข่งขันในมหกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการสถานศึกษาเอกชน ระดับชาติ ครั้งที่ 1